บังหนุ่มตัดสินใจ ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ หลังได้เห็นสภาพบ้านคุณยาย ผมปล่อยไว้อย่างนี้ ไม่ได้จริงๆ

ชีวิตของคนเรานั้นหากสามารถที่จะเลือกเกิดหรือเลือกที่จะมีชีวิตอย่างไรได้มันก็คงจะเป็นอะไรที่ดีไม่น้อยเลยถูกต้องไหม แต่ในเมื่อความเป็นจริงแล้วสิ่งเหล่านั้นมันเป็นแค่ความต้องการในจินตนาการและความฝัน เพราะแน่นอนว่าแต่ละคนมีกรรมเป็นของตัวเอง และก็ดูเหมือนว่าชีวิตของแต่ละคนจะถูกกำหนดมาแล้วว่าจะต้องดำเนินไปอย่างไร แม้จะดิ้นรนต่อสู้แค่ไหนก็ไม่อาจที่จะฝืนดวงชะตาของตังเองได้ แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำให้เราย่อท้อต่อความยากลำบากใช่หรือไม่

ใครร่ำรวยมีเงินทองอยู่อย่างสุขสบายก็ยินดีด้วย แต่หากใครที่ยังคงต้องทนทุกข์อยู่กับความลำบากในชีวิต ก็อย่าได้ท้อถอยเลย แม้ตัวเราไม่อาจจะพลิกชะตาตัวเองได้ แต่ยังมีคนอื่นที่เขาพร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือเราในสักวันแน่นอน และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องดีๆที่ได้เกิดขึ้นบนโลกมนุษย์แห่งนี้อีกครั้ง ซึ่งเป็นการช่วยเหลือของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หลังบังหนุ่มต้องไปเจอเข้ากับความยากลำบากของคุณยายชราท่านหนึ่ง

บังหนุ่มคนนี้ได้มีการโพสต์ภาพและเรื่องราวที่เขานั้นทนไม่ได้ เมื่อต้องไปเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคุณยายคนหนึ่งที่มีชื่อว่ายายโต๊ะปิ๋วอายุ 80 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับหลานในบ้านที่ไม่ใช่บ้าน เพราะก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร เป็นเพียงรูที่มีสังกะสีคลุมเอาไว้ เพื่อไม่ให้ฝนตกใส่และป้องกันไม่ให้ร้อนจากแดด แต่ก็นั่นแหละมันไม่ได้ช่วยเหลืออะไรสักเท่าไหร่ เพราะเพดานแทบจะติดหัวของคุณยายอยู่แล้ว

การเดินเข้าไปในบ้านของคุณยายต้องใช้การคลานเท่านั้น เพราะแค่นั่งเพดานก็จะติดหัวอยู่แล้ว คุณยายอาศัยอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร นั่นอาจจะเป็นคำถามที่หลายคนอยากจะรู้ ก็ทำไมจะไม่ได้ล่ะก็ยายมีเพียงเท่านี้จะให้ยายไปนอนที่ไหน มีหลังคาคุ้มหัวมันก็ดีกว่าไปนอนกลางดินกินกลางทราย ก็พอได้ให้นอนหลับไปในแต่ละวัน

แถมที่ทางดังกล่าวยังอยู่บนที่ของหลวงอีกต่างหากก็ไม่รู้ว่าวันไหนเขาจะมาไล่ยายหนี แต่ตอนนี้ก็ต้องทนอยู่ไปก่อนเพราะตัวยายก็ต้องการแค่ที่ซุกหัวนอนแค่นั้นเอง และหากถามว่ายายมีลูกไหมก็แน่นอนยายต้องมีลูกแน่ แต่อย่าได้ถามว่าแล้วลูกไปไหนหมด พวกเราไม่มีคำตอบให้ เอาเป็นว่าถ้ามีใครใส่ใจยายคงไม่ต้องมานอนใช้ชีวิตอยู่ในนี้หรอก และมีอยู่ครั้งหนึ่งยายเคยต้องล้มหัวคะมำเพราะจะเดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วห้องน้ำก็ตามในภาพอย่างที่เห็น เป็นสะพานไม้พาดไปถึงส้วมนั่ง แต่ด้วยความชราเลยทำให้ยายต้องล้มลงไประหว่างที่กำลังจะไปเข้าส้วม และนี่คือเรื่องราวแบบคร่าวๆของคุณยายโต๊ะปิ๋ว

และก็มาถึงเรื่องราวต่อไปของบังหนุ่มคนนี้ที่รู้สึกทนไม่ได้กับการใช้ชีวิตของคุณยายโต๊ะปิ๋ว ก็เลยตัดสินใจที่จะพาคุณยายย้ายออกจากที่หลวง และไปหาที่ดินให้อยู่ใหม่โดยไม่ต้องไปอยู่บนที่ใครไม่ต้องกลัวจะถูกไล่อีกต่อไปเลย จากนั้นแน่นอนว่าบังหนุ่มได้เริ่มทำการสร้างบ้านโมเดิร์นหลังใหม่ให้คุณยายซึ่งอยู่ไม่ได้ไกลจากจุดบ้านเดิมของยายโต๊ะปิ๋ว และวันนี้ก็มาถึงวันที่ชีวิตในบั้นปลายของยายโต๊ะปิ๋วจะได้มีความสุขซะที

บ้านหลังใหม่นี้ยายโต๊ะปิ๋วไม่ต้องกลัวว่ามดหนูงูแมลงจะเข้ามาทำร้ายอีกต่อไป บ้านหลังใหม่นี้ยายโต๊ะปิ๋วไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาไล่ที่ บ้านหลังใหม่นี้ยายโต๊ะปิ๋วไม่ต้องกลัวว่าจะเดินหกล้มเวลาไปเข้าห้องน้ำหลายๆที บ้านหลังใหม่นี้จะเป็นที่ที่โต๊ะปิ๋วจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขตลอดไป บังหนุ่มคนนี้หัวใจเขาทำด้วยอะไรเราไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆอยากจะขอกราบลงไปตรงหัวใจของบังจริงๆ

สุดท้ายเรื่องราวนี้มันสอนอะไรกับพวกเราหรือไม่ แน่นอนว่ามันแอบแฝงไปด้วยคำสอนมากมายต่อจิตใจ ว่าเราสามารถที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้แค่เพียงเราคิดจะทำ จะมากจะน้อยนั้นมันไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่อย่างใดเพราะบางครั้งแม้เงินเพียงบาทเดียวที่ยื่นให้ แต่มันเป็นเงินบาทเดียวที่ออกมาจากหัวใจที่ต้องการจะช่วยเหลือใครสักคนจริงๆ มันก็ยังมีค่ามากกว่าการที่มีเงินล้นฟ้าแต่ไม่แม้แต่จะเคยคิดเอามาใช้ช่วยเหลือชีวิตของใคร

และเรื่องนี้มันยังสอนเราอีกด้วยว่า ลูกหลานจงจำเอาไว้ว่าการที่มีพ่อแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่กับเราได้ นั้นถือว่าพวกท่านทั้งหลายมีบุญกันมากเหลือเกิน จะหมั่นทำบุญและดูแลพ่อกับแม่ของเราเข้าไว้ให้มากๆ เพราะหากเมื่อวันใดวันหนึ่งช่วงเวลามาพรากพวกท่านไปจากเราแล้ว โดยที่ตอนท่านยังอยู่ท่านไม่เคยแม้แต่จะกลับมาอุ้มชูหรือเลี้ยงดูท่านเลย ท่านจงรู้ไว้เถิดว่าทุกวันไม่ว่าท่านจะประสบความสำเร็จจะก้าวหน้าในชีวิตแค่ไหน แต่ท่านอาจจะไม่มีความสุขได้อย่างสนิทใจ เพราะความสุขเหล่านั้นที่ท่านได้มาพ่อแม่ของท่านไม่เคยได้รับมัน กราบสาธุในหัวใจบังหนุ่มอีกครั้ง

ที่มา ศักดรินทร์ ซายูตี สาดและ

About the author